การผลิตและวิธีใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา
ชนิดสดควบคุมโรคพืช

เชื้อราไตรโคเดอร์มาคืออะไร ?
     เชื้อราไตรโคเดอร์มา (Trichoderma spp.) จัดเป็นเชื้อราชั้นสูงที่เจริญได้ดีในดินเศษซากพืชซากของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ รวมทั้งจุลินทรีย์ และวัสดุอินทรีย์ตามธรรมชาติ เชื้อราไตรโคเดอร์มา สายพันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกและทดสอบประสิทธิภาพในการควบคุมโรคอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการแล้ว เป็นเชื้อราปฏิปักษ์หรือเชื้อราที่เป็นศัตรูต่อเชื้อสาเหตุโรคพืชหลายชนิดได้ โดยมีกลไกในการต่อสู้กับเชื้อสาเหตุโรคพืชอยู่ 4 ประการ คือ
1. การแข่งขันกับเชื้อโรคพืช
  ด้วยเหตุที่เชื้อราไตรโคเดอร์มาเจริญสร้างเส้นใยได้รวดเร็ว สามารถสร้างสปอร์ได้ในปริมาณสูงมาก โดยอาศัยอาหารจากเศษวัสดุอินทรีย์ต่าง ๆ จึงช่วยให้เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถแข่งขันกับเชื้อโรคพืชหรือจุลินทรีย์ที่อยู่บริเวณเดียวกัน
2. การเป็นปรสิตต่อเชื้อโรคพืช
  เชื้อราไตรโคเดอร์มาบางสายพันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกแล้วสามารถพันรัด แล้วแทงส่วนของเส้นใยเข้าสู่ภายในเส้นใยของเชื้อราสาเหตุโรคพืชทำให้เส้นใยตาย
3. การสร้างสารยับยั้งหรือทำลายเชื้อโรคพืช
  เชื้อราไตรโคเดอร์มาบางสายพันธุ์สามารถสร้างปฏิชีวนสาร สารพิษ และน้ำย่อย (เอนไซน์) เพื่อหยุดยั้งหรือทำลายเส้นใยของเชื้อราสาเหตุโรคพืชได้
4. การชักนำให้พืชมีความต้านทานโรค
  เชื้อราไตรโคเดอร์มาบางสายพันธุ์สามารถชักนำให้พืชสร้างกระบวนการผลิตสารประเภทเอนไซม์หรือโปรตีน ซึ่งมีส่วนช่วยให้พืชเกิดความต้านทานต่อเชื้อโรคได้
   
ประโยชน์ของเชื้อราไตรโคเดอร์มา
1. ช่วยลดกิจกรรมของเชื้อโรคพืชได้
  ยับยั้งและทำลายการงอกของสปอร์
  แข่งขันการใช้อาหารเพื่อการเจริญของเส้นใยเชื้อโรคพืช
  รบกวนกิจกรรมต่าง ๆ ของเชื้อโรคทำให้ความรุนแรงลดลง
2. ช่วยลดปริมาณเชื้อโรคพืช
  ทำลายเส้นใยของเชื้อราสาเหตุโรคพืชโดยการพันรัดและแทง
  ทำลายโครงสร้างที่เชื้อโรคสร้างขึ้นสำหรับการขยายพันธุ์
  ทำลายโครงสร้างที่เชื้อโรคพืชสร้างขึ้นเพื่ออยู่ข้ามฤดูกาล
3. ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตและเพิ่มผลผลิตของพืช
  เชื้อราไตรโคเดอร์มาป้องกันระบบรากพืชจากการเข้าทำลายของเชื้อรา สาเหตุโรคพืช ทำให้ระบบรากพืชสมบูรณ์แข็งแรง
  เชื้อราไตรโคเดอร์มาผลิตสารเร่งการเจริญเติบโตของพืชได้
  เชื้อราไตรโคเดอร์มาช่วยให้เมล็ดงอกและเจริญเติบโตดี
4. ช่วยเพิ่มความต้านทานโรคของพืช
  กระตุ้นให้เกิดความต้านทานโรคขึ้นภายในพืช
  พืชที่มีระบบรากดี เจริญเติบโตดี แข็งแรง จึงต้านทานโรคได้ดีขึ้น
 
     นอกจากนี้ มีรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติอื่น ๆ ของเชื้อราไตรโคเดอร์มา ซึ่งมีส่วนช่วยให้การควบคุมโรคพืชประสบความสำเร็จโดยสมบูรณ์ และยั่งยืน เช่น คุณสมบัติในการสร้างสารบางชนิดที่ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการเจริญ การขยายพันธุ์ การป้องกันตัวเองจากจุลินทรีย์ชนิดต่าง ๆ การแข่งขันการใช้ปัจจัยเพื่อการดำรงชีพและเพื่อความอยู่รอด คุณสมบัติในการเจริญบนผิวรากพืช หรือรอบบริเวณรากพืชได้ ตลอดจนคุณสมบัติในการช่วยละลายและปลดปล่อยแร่ธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืช เช่น ธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส เหล็ก สังกะสี แมงกานิส คุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นนี้ พบได้เฉพาะสายพันธุ์ของเชื้อราไตรโคเดอร์มาที่ผ่านการคัดเลือกและศึกษาวิจัยโดยละเอียดแล้วเท่านั้น ไม่ได้พบในเชื้อราไตรโคเดอร์มาทุกสายพันธุ์ที่แยกได้จากดินในธรรมชาติ (Harman, 2000)
   
การผลิตเชื้อไตรโคเดอร์มา
     การผลิตเชื้อไตรโคเดอร์มาเพื่อขยายและเพิ่มปริมาณสามารถดำเนินการได้โดย 2 กระบวนการ คือ
     1. กระบวนการหมักอาหารเหลว ( liquid substrate fermentation ) โดยใช้อาหารในรูปของเหลว เช่น กากน้ำตาลหรือโมลาส หรืออาหารเหลวสังเคราะห์ที่มีการเติมแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญของเชื้อไตรโคเดอร์มา
     2. กระบวนการหมักอาหารแข็ง ( soild substrate fermentation ) โดยใช้อาหารที่เป็นของแข็ง เช่น เมล็ดพืช เมล็ดธัญญพืช ตลอดจนวัสดุอินทรีย์ต่าง ๆ ทั้งประเภทที่ยังเป็นเมล็ดอยู่ หรือที่บดเป็นผงละเอียดแล้ว
เชื้อสดหรือมวลชีวภาพของเชื้อที่ได้จากกระบวนการผลิตสามารถนำไปใช้ได้ทันที แต่ถ้าต้องการเก็บรักษาเชื้อราไตรโคเดอร์มาไว้เป็นเวลานาน ต้องนำเชื้อสดที่ได้มาผลิตให้อยู่ในรูปสูตรสำเร็จชนิดต่าง ๆ โดยนำเชื้อสดผสมผงสารพา เช่น ผงไดอะตอมไมท์ ซีโอไลท์ฯ แล้วทำให้เชื้ออยู่ในสภาพที่แห้ง สปอร์ของเชื้อหยุดการเจริญ และเข้าสู่ระยะพักตัว
   

สูตรสำเร็จของชีวภัณฑ์
     1. ชนิดผงแห้ง ( powder ) ได้จากการผสมเชื้อสดกับผงสารพาต่าง ๆ เช่น ไดอะตอมเซียสเอิร์ท เวอร์มิคูไลท์ ไพโรฟิลไลท์ หรือผงดินเหนียว เป็นต้น จากนั้นจึงนำไปตากหรืออบให้แห้งที่อุณหภูมิไม่สูงนัก ก่อนบดเป็นผงละเอียด
     2. ชนิดเม็ด ( pellet ) ได้จากการใช้สารโพลีเมอร์อินทรีย์บางชนิด เช่น อัลจิเนท โพลีอะครีลาไมด์ หรือคาราจีแนน ห่อหุ้มเม็ดเชื้อ หรือการใช้เชื้อเคลือบบนผิวของสารพาบางชนิด
     3. ชนิดเกล็ด ( granule ) ได้จากการใช้สปอร์ของเชื้อสดผสมกับสารพาที่ละลายน้ำได้ดี หรือแขวนลอยดี ตกตะกอนช้า ทำให้อยู่ในรูปเกล็ดแห้ง
     4. ชนิดเชื้อสด ( fresh culture ) ได้จากเชื้อสดที่เลี้ยงบนอาหารแข็งเช่น บนเมล็ดข้างฟ่าง จนได้ สปอร์สีเขียวเข้มปริมาณมาก ซึ่งต้องนำไปใช้ทันที หรือเก็บไว้ในตู้เย็น 5-10 องศาเซลเซียสได้ไม่เกิน 30 วัน
     ชีวภัณฑ์ไตรโคเดอร์มา รูปแบบที่นิยมผลิตเป็นการค้า คือ ชนิดผงแห้ง ปัจจุบันมีบริษัทเอกชน คือ บริษัท ยูนิซีดส์ จำกัด ซึ่งได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผลิต ชีวภัณฑ์ ภายใต้ชื่อการค้า คือ "ยูนิกรีน ยูเอ็น-1" และ"ยูนิเซฟ" สำหรับบริษัทเอกชนที่พัฒนาการผลิต
ชีวภัณฑ์ด้วยตนเอง คือ บริษัทแอพพลายเค็ม จำกัด ผลิตชีวภัณฑ์ ภายใต้ชื่อการค้า "ไตรซาน" ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวข้างต้นได้ผ่านการขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 เรียบร้อยแล้ว

   
เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสด
เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสด คือ อะไร ?
     เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสด ( fresh culture ) หมายถึง เชื้อราไตรโคเดอร์มาที่กำลังเจริญอยู่บนอาหารเลี้ยงเชื้อ เช่น พีดีเอ ( potato dextrose agar ) หรือบนอาหาร จำพวกเมล็ดพืช เช่น เมล็ดข้าวฟ่าง ข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวบาเลย์ และข้าวเปลือก ที่ผ่านการนึ่งฆ่าเชื้อ โดยปล่อยให้เชื้อเจริญสร้างเส้นใยและสปอร์สีเขียวเข้มปกคลุมเมล็ดพืชอย่างทั่วถึง เป็นเวลา 5-7 วัน ก่อนนำไปใช้ เชื้อสดที่ดีควรสร้างสปอร์สีเขียวเข้มปกคลุมเมล็ดพืชหรือวัสดุอาหารอย่างทั่วถึง ไม่มีสปอร์ของเชื้อราปนเปื้อนสีอื่น ๆ เช่น เหลือง เขียวปนเหลือง ไม่มีเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนจนทำให้เกิดลักษณะเป็นเมือกเยิ้มหรือมีกลิ่นเหม็น
     พัฒนาการของการผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสด
จากผลการศึกษาเชื้อราไตรโคเดอร์มาในระยะเริ่มต้น บรรเจิด ( 2530 ) และจิรเดช ( 2531 ) พบว่าเมล็ดข้าวฟ่างเป็นวัสดุอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับใช้เลี้ยงขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มา เนื่องจากเชื้อราสามารถเจริญปกคลุมผิวเมล็ดได้อย่างรวดเร็ว และมีการสร้างสปอร์สีเขียวเข้มปริมาณมากภายใน 5-7 วัน หลังการปลูกเชื้อลงบนเมล็ดข้าวฟ่าง สำหรับขั้นตอนการเลี้ยงขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มาบนเมล็ดข้าวฟ่าง เริ่มจากการต้มให้เมล็ดข้าวฟ่างสุก จนสังเกตเห็นเมล็ดเริ่มปริแตก กรองน้ำทิ้งแล้วปล่อยให้เมล็ดสะเด็ดน้ำก่อนบรรจุเมล็ดข้าวฟ่างลงในถุงพลาติกทนร้อน ประมาณ 250 กรัม/ถุง ( 8X12นิ้ว ) ใส่คอขวดแล้วอุดจุกสำลีไว้ นำถุงเมล็ดข้าวฟ่างไปนึ่งฆ่าที่อุณหภูมิ 121 องศาเซลเซียส ความดัน 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว เป็นเวลา 30 นาที ปลูกเชื้อราไตรโคเดอร์มาลงในถุงที่บรรจุเมล็ดข้าวฟ่างที่ผ่านการนึ่งฆ่าเชื้อแล้ว โดยใช้ลวดซึ่งตีปลายให้แบน แล้วตัดให้ตรงปลายงอเล็กน้อย ลนไฟฆ่าเชื้อ ก่อนใช้ตัดชิ้นวุ้นที่มีเส้นใยและสปอร์ของหัวเชื้อใส่ลงบนเมล็ดพืชในถุง แล้วบ่มเชื้อไว้ในห้องที่ร่มและเย็น อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่มีมดและแมลงรบกวน หลังบ่มเชื้อ 2 วัน ขยับถุงอีกครั้ง เพื่อให้เส้นใยกระจายตัว บ่มถุงเมล็ดข่าวฟ่างต่ออีก 3-5 วัน
( ครบ 5-7 วันหลังปลูกเชื้อ ) นำถุงเชื้อที่มีเชื้อซึ่งสร้างสปอร์สีเขียวเข้มไปใช้ หรือเก็บไว้ในตู้เย็น
การปลูกเชื้อราไตรโคเดอร์มาลงใน
ถุงข้าวฟ่างที่ผ่านการนึ่งฆ่าเชื้อแล้ว
เชื้อราโตรโคเดอร์มาที่เจริญเต็มที่ในถุง
เมล็ดข้าวฟ่าง เห็นเป็นสีเขียวเข้ม
 
     ประมาณ ปี พ.ศ. 2533 กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำเชื้อราไตรเคอร์มา อาร์เซียนัม สายพันธุ์ดี จาก ผศ.ดร. จิรเดช แจ่งสว่าง ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไปผลิตขยายบนเมล็ดข้าวฟ่างนึ่งฆ่าเชื้อ เพื่อเผยแพร่และแจกจ่ายให้แก่เกษตรกร โดยใช้ผสมรำข้าวและปุ๋ยอินทร์ในอัตรา 1:10:40 โดยน้ำหนัก สำหรับนำไปใส่ลงดินในแปลงปลูกพืช หว่านรอบโคนต้นพืชหรือหว่านใต้ทรงพุ่มของพืชเศรษฐกิจหลายชนิด เพื่อควบคุมโรคเน่าระดับดิน ( กล้ายุบ ) โรครากเน่า โรคโคนเน่า และโรคเหี่ยว บนพืชเศรษฐกิจต่าง ๆ เช่น พริก มะเขือเทศ ทุเรียน ส้ม ฯลฯ
เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดที่เลี้ยง
บนเมล็ดข้าวฟ่าง 1 กิโลกรัม
รำข้าวละเอียด 10 กิโลกรัม
และปุ๋ยหมัก 40 กิโลกรัม
การผสมคลุกเคล้าเชื้อราไตรโคเดอร์มา
รำข้าวและปุ๋ยหมักให้เข้ากันก่อนนำไปใช้

     ในปี พ.ศ. 2538 จิระเดช และคณะผู้วิจัย ได้พัฒนาสูตรอาหารเลี้ยงเชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดโดยการใช้เมล็ดพืชบดละเอียดผสมกับวัสดุอินทรีย์ เพื่อทดแทนการใช้เมล็ดข้าวฟ่าง อย่างไรก็ตามเชื้อสดที่ได้นี้ไม่ได้นำไปใช้ควบคุมเชื้อโรคพืชโดยตรง แต่ได้นำไปใช้สำหรับกระบวนการผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าชนิดผงแห้งของบริษัท ยูนิซีดส์ จำกัด ตามข้อตกลงในสัญญาการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคเอกชน ซึ่งลงนามโดยผู้แทนของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ( สวทช. ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัท ยูนิซิดส์ จำกัด เมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2538
กนิษฐา และคณะ ( 2543 ) แห่งงานวินิจฉัยและกักกันศัตรูพืช ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสด โดยใช้แกลบดินผสมรำข้าวละเอียด ในอัตราส่วน 1 : 1 โดยน้ำหนัก ( 100+100 กรัม ) บรรจุลงในถุงพลาสติกทนร้อน แล้วเติมน้ำประมาณ 1 ถ้วยตวง คลุกเคล้าให้ส่วนผสมมีความชื้นทั่วทั้งถุง ใส่คอขวด อุดจุกสำลี ปิดกระดาษ แล้วนำไปนึ่งอบฆ่าเชื้อก่อนนำไปใส่หัวเชื้อ บ่มถุงเชื้อเป็นเวลา 7 - 10 วัน ก่อนนำไปใช้กับพืช
จากการสนับสนุนงบประมาณของโครงการเกษตรกู้ชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จิระเดช และวรรณวิไล ( 2542 ) ได้พัฒนาวิธีการขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มาโดยใช้ปลายข้าวเป็นวัสดุอาหารสำหรับเลี้ยงเชื้อ โดยวิธีนำปลายข้าว 1 กิโลกรัม แช่ในน้ำสะอาด 2 ลิตร เป็นเวลานาน 1-2 ชั่วโมง กรองน้ำทิ้งไป ปล่อยให้ปลายข้าวสะเด็ดน้ำ ก่อนนำไปนึ่งให้สุกโดยใช้หม้อนึ่ง ( ลังถึง ) ประมาณ 10 นาที ผึ่งปลายข้าวให้อุ่น ก่อนตวงใส่ถุงพลาสติก ประมาณ 250 กรัม / ถุง ( ขนาด 8 X 12 นิ้ว )ใส่หัวเชื้อสายพันธุ์ดี ในรูปผงแห้ง 2.5 กรัม / ถุง ใส่คอขวด อุดจุกสำลี หุ้มด้วยกระดาษ เขย่าหรือขยำปลายข้าวในถุงเพื่อคลุกเคล้าหัวเชื้อราให้สัมผัสกับปลายข้าวนึ่งอย่างทั่วถึง บ่มเชื้อไว้ในห้องที่มีอากาศถ่ายเท มีแสงสว่างเป็นเวลา 2 วัน เขย่าหรือขยำปลายข้าวในถุงอีกครั้ง แล้วบ่มต่ออีก 4 - 5 วัน ก่อนนำไปใช้
การนึ่งข้าวเพื่อใช้เป็น
วัสดุอาหารเลี้ยงเชื้อ
เชื้อราไตรโคเดอร์มา
เจริญในถุงข้าวนึ่ง

ปัญหาของการผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสด

     ถึงแม้ว่าจะมีการพัฒนาวิธีการผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มาอย่างต่อเนื่อง ปรากฏว่าเกษตรกรยังไม่สามารถผลิตเชื้อสดได้ด้วยตนเอง เนื่องจากประสบปัญหาหลายประการ คือ
  1. วัสดุอาหาร
    หาซื้อได้ยาก เพราะมีการผลิตในบางฤดูกาล
    มีราคาแพง
    คุณภาพไม่สม่ำเสมอ
  2. การเตรียมวัสดุอาหาร
    มีขั้นตอนการเตรียมที่ยุ่งยาก
    ต้องใช้ระยะเวลานาน
    วัสดุอาหารสุกไม่สม่ำเสมอทุกครั้ง
  3. การปลูกเชื้อลงในวัสดุอาหาร
    ต้องใช้เทคนิคและความระมัดระวังสูง
    ต้องดำเนินการในสภาพตู้ปลอดเชื้อ
  4. หัวเชื้อราไตรโคเดอร์มา
    หัวเชื้อไม่บริสุทธ์เพียงพอ ( มีเชื้อจุลินทรีย์ชนิดอื่นปะปน )
    เชื้อเกิดการกลายพันธุ์ สูญเสียทั้งคุณภาพและประสิทธิภาพ
    การเก็บรักษาไม่เหมาะสม ทำให้เสื่อมคุณภาพเร็ว
  5. การเจริญของเชื้อในวัสดุอาหาร
    เกิดการปนเปื้อนด้วยจุลินทรีย์ชนิดอื่น
    เชื้อสร้างเส้นใยสีขาว ไม่สร้างสปอร์สีเขียว
    เชื้อเจริญช้า และมีลักษณะต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
     
หัวเชื้อราไตรโคเดอร์มา
     การผลิตขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสด จะประสบสำเร็จได้นั้น ขึ้นอยู่กับคุณภาพของหัว
เชื้อเป็นสำคัญ หัวเชื้อราไตรโคเดอร์มาที่ดีควรมีคุณสมบัติต่าง ๆ ดังนี้
    1. มีลักษณะและคุณสมบัติตรงตามพันธุกรรมดั้งเดิม ( ไม่กลายพันธุ์ )
    2. มีความบริสุทธิ์ ไม่มีจุลินทรีย์ใด ๆ ปนเปื้อน
    3. มีคุณภาพ และประสิทธิภาพควบคุมโรคพืชสูง ( ผ่านการวิจัย )
    4. ผลิตโดยองค์กร หรือบริษัทที่เชื่อถือได้ มีการประกันคุณภาพ
     
การผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสด
การเตรียมวัสดุและอุปกรณ์
    1. หม้อหุงข้าวไฟฟ้าอัตโนมัติ
    2. แก้วน้ำ หรือถ้วยตวง
    3. ทัพพีตักข้าว
    4. ถุงพลาสติกใสทนร้อน ( ใหม่ ) ขนาด 8 X 12 นิ้ว
    5. ยางวง
    6. เข็มเย็บผ้า หรือเข็มหมุด หรือเข็มกลัด
    7. ปลายข้าว ข้าวหัก หรือข้าวสาร ( ทุกพันธุ์ ทั้งข้าวใหม่หรือข้าวเก่า )
    8. หัวเชื้อราไตรโคเดอร์มาบริสุทธิ์ชนิดผงแห้ง
     

 

ใส่ปลายข้าว 3 ส่วน (แก้ว) ในหม้อหุงข้าวไฟฟ้า เติมน้ำสะอาด 2 ส่วน (แก้ว) แล้วกดสวิทช์ (ถ้าข้าวนิ่มเกินไป ให้ใช้ข้าว 2 ส่วนและน้ำ 1 ส่วนป
ข้าวสุก
(ข้าว 600 กรัมใส่น้ำ 0.5 ลิตร จะได้ข้าวสุก ประมาณ 1 กิโลกรัม) ใช้ทัพพีซุยข้าวในหม้อที่สุกแล้วให้ทั่ว
ตักข้าวสุกในขณะที่ข้าวยังร้อนอยู่ในถุงพลาสติก (ขนาด 8 x 12 นิ้ว) 250 กรัมต่อถุง (ข้าว 1 กิโลกรัม ใส่ได้ 4 ถุง)
รีดอากาศออกจากถุง แล้วพับปากถุงลงด้านล่าง ปล่อยทิ้งไว้ให้ข้าวอุ่น (เกือบเย็น)
   
   
เทหรือเหยาะหัวเชื้อใส่ลงบนข้าวในถุงหัวเชื้อ 1 ขวด (20 กรัม ) ใส่ได้ 16 ถุง (4 กิโลกรัม) (ใส่เชื้อในบริเวณที่ลมสงบ)
รัดยางตรงปลายปากถุงให้แน่น
ขยำหรือบีบข้าวในถุงเบา ๆ เพื่อให้ถุงเชื้อกระจายอย่างทั่วถึง (เห็นผลเชื้อสีดำกระจายในเนื้อข้าว)
รวบถุงให้มีลมพองตรงบริเวณปากถุงที่รัดไว้ แล้วใช้เข็มสะอาดแทงตรงรอบ ๆ บริเวณปากถุงที่รัดยางไว้ โดยแทง 15 - 20 ครั้ง/ถุง
   
   
กดข้าวในถุงให้แผ่กระจายทั่วถุงในลักษณะแบนราบมากที่สุด
วางถุงข้าวในบริเวณที่ได้รับแสงสว่างจากธรรมชาติหรือหลอดไฟที่ใช้ในบ้าน (ระวังมด แมลง หรือสัตว์มารบกวน) และอย่าให้ถูกแสงแดด
เมื่อบ่มครบ 2 วัน ขยำข้าวในถุงเบา ๆ ให้ข้าวเกิดการคลุกเคล้าอีกครั้ง เพื่อช่วยให้เส้นใยกระจายตัว กดข้าวให้แผ่แบนราบเช่นเดิม แล้วดึงกลางถุงให้โป่งขึ้น
บ่มเชื้อต่ออีก 4 - 5 วัน จะเห็นเชื้อสีเขียวปกคลุมเมล็ดข้าวนำไปใช้ทันทีหรือเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา (8 - 10 องศาเซลเซียส)
   
   

 

การเก็บรักษาเชื้อสด
เมื่อครบกำหนด 6-7 วันของการบ่มเชื้อ โดยปกติจะเห็นสปอร์สีเขียวเข้มของเชื้อราไตรโคเดอร์มา ขึ้นปกคลุมปลายข้าวในถุงอย่างหนาแน่น ขนอาจมองไม่เห็นสีขาวของเมล็ดข้าว แต่ถ้าเกิดความผิดพลาด เช่นขยำเชื้อไม่กระจายทั่วทั้งถุง หรือเจาะรูให้อากาศเข้าถุงน้อยไป อาจพบว่าข้าวบริเวณกุ้นถุงยังคงเป็นสีขาว ให้แก้ไขโดยการใช้เข็มเจาะรูตรงปลายปากถุงเพิ่ม แล้วบ่มเชื้อต่ออีก 2 - 3 วัน
เชื้อที่เจริญทั่วถุงดีแล้ว ให้นำไปใช้ทันที สำหรับกรณีที่ไม่สามารถใช้เชื้อได้ทันที ให้นำถุงเชื้อรวมใส่ถุงพลาสติก แล้วนำไปเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา ( 8-10 องศาเซลเซียส ) สามารถเก็บเชื้อไว้ได้เป็นเวลาไม่เกิน 15 วัน
     

ข้อควรระวังในการผลิตเชื้อชนิดสด

     1. ควรหุงปลายข้าวด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้าอัตโนมัติเท่านั้น เพราะการใช้หม้อหุงข้าวชนิดที่ใช้แก๊ซ อาจทำให้ข้าวไหม้ หรือการหุงข้าวแบบเช็ดน้ำ มักได้ข้าวที่แฉะเกินไป ปลายข้าวที่หุงจนสุกด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้าจะมีลักษณะเป็นไตขาวอยู่บ้าง จัดเป็นลักษณะที่ดี
     2. ต้องตักปลายข้าวที่หุงแล้วใส่ถุงพลาสติก ขณะที่ข้างกำลังร้อน เพื่อให้ความร้อนในถุงข้าวทำลายจุลินทรีย์จากอากาศที่อาจปนเปื้อนอยู่ในถุงข้าว
     3. การใช้เข็มแทงรอบบริเวณปากถุงที่รัดยางไว้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ควรแทงไม่น้อยกว่า 15
จุด / ถุง เพราะถ้าอากาศไม่สามารถระบายถ่ายเทได้ดี เชื้อจะเจริญไม่ทั่วทั้งถุง ( ก้นถุงยังเห็นข้าวเป็นสีขาว )
     4. ควรบ่มเชื้อไว้ในบริเวณที่ร่มและเย็น ( 25-30 องศาเซลเซียส ) ไม่ถูกแสงแดด และให้เชื้อได้รับแสงสว่างอย่างพอเพียงอย่างน้อย 10 -12 ชั่วโมง / วัน หรือตลอด 24 ชั่วโมง แสงจะช่วยกระตุ้นการสร้าง
สปอร์ของเชื้อราไตรโคเดอร์มา บริเวณที่วางเชื้อมีแสงไม่พอเพียง อาจใช้แสงไฟจากหลอดฟลูโอเรสเซนต์
( นีออน ) ช่วยได้
     5. อย่าลืมขยำข้าวเมื่อบ่มเชื้อครบ 2 วัน ( หลังใส่เชื้อ ) และกดข้าวให้แผ่แบนราบมากที่สุดอีกครั้งหลังขยำข้าวแล้ว ดึงถุงให้โป่งขึ้นเพื่อมีอากาศในถุงห้ามวางถุงทับซ้อนกัน
     6. ป้องกันอย่าให้ มด แมลง หรือสัตว์มากัดแทะถุงข้าว
     7. ถ้าพบเชื้อสีชมพู สีส้ม สีเหลือง หรือสีดำ ในถุงเชื้อใด ให้นำถุงเชื้อดังกล่าวไปทิ้งขยะ หรือทิ้งใส่หลุมชนิดฝังกลบ โดยไม่ต้องเปิดปากถุง
     8. ไม่ควรใช้เชื้อสดที่ได้จากการเลี้ยงเชื้อบนข้าวสุก เป็นหัวเชื้อเพื่อการผลิตขยายเชื้อต่อไป เพราะจะเกิดการปนเปื้อน และเชื้อจะเสื่อมคุณภาพและประสิทธิภาพ
     
ปัญหาที่พบในการผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดและการแก้ไข
ลักษณะปัญหา
สาเหตุ
การแก้ไข
เชื้อไม่เจริญบนข้าวในถุงหรือครบ 7 วัน 1. ข้าวแฉะหรือนิ่มเกินไป 1. ปรับลดน้ำที่ใช้หุงข้าวลง
เชื้อยังไม่มีสีเขียว 2. มีเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อน 2. ใส่เชื้อลงถุงขณะที่ข้าวอุ่น
3. ไม่ได้ใส่หัวเชื้อ / ไม่ได้เจาะรู 3. ใส่หัวเชื้อ / เจาะรู
บริเวณก้นถุงไม่มีสปอร์สีเขียว 1. ข้าวแฉะบริเวณก้นถุง 1. ปรับลดน้ำที่ใช้
2. เจาะรูน้อยไป 2. ใช้เข็มเจาะรูเพิ่ม / ดึงถุง
ให้โป่ง
เกิดเหงื่อเป็นหยดน้ำในถุง 1. วางถุงข้าวในห้องที่ร้อน 1. วางถุงข้าวในที่ร่มและอากาศ
ถ่ายเทดี ( การเกิดเหงื่อไม่มี
ปัญหาใด ๆ )
สปอร์ไม่เขียวเข้ม 1. ได้รับแสงสว่างไม่พอเพียง 1. เพิ่มแสงนีออน 12 ชั่วโมง.
2. ขยับถุงบ่อยเกินไป 2. หลังบ่ม 2 วัน บีบคลุกเคล้าข้าวในถุงแล้ว อย่าขยับถุงอีก
มีเชื้อสีส้ม / เขียวดำในถุงข้าว 1. มีจุลินทรีย์ปนเปื้อน 1. ทิ้งถุงโดยไม่ต้องแกะออก
เชื้อขึ้นเขียวแล้วกลับมีเส้นใยขาว 1. เชื้ออายุเกิน 7 วัน วางไว้
ณ อุณหภูมิห้องจนสปอร์
งอกใหม่
1. บ่มเชื้อครบ 6-7 วันแล้วต้องเก็บถุงเชื้อในตู้เย็น ( 8-10 ๐ ซ. )
วิธีการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสด
     การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสด ซึ่งได้จากการเพาะเลี้ยงเชื้อบนเมล็ดข้าวฟ่างผสมกับรำข้าวละเอียด และปุ๋ยอินทรีย์ ( ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ) ในอัตราส่วน 1 : 10 : 40 โดยน้ำหนัก แล้วคลุกเคล้ากันจนทั่วถึงก่อนนำไปใช้ เป็นวิธีการที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้เผยแพร่และแนะนำให้เกษตรกรปฏิบัติอยู่อย่างแพร่หลาย
     จากผลการศึกษาวิจัยของ จิระเดช และวรรณวิไล ( 2543 ) พบว่าการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสด ซึ่งได้จากการเลี้ยงเชื้อบนวัสดุอาหารที่นึ่งฆ่าเชื้อแล้ว ผสมกับรำข้าวละเอียด และปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยคอกเก่า ๆ ในอัตราส่วน 1 : 4 : 100 โดยน้ำหนักสามารถใช้ควบคุมเชื้อราสาเหตุโรคพืชในดินหลายชนิด นอกจากนี้ การใช้ปุ๋ยคอกหมัก ( ปุ๋ยมูลเป็ดผสมขี้เถ้าแกลบ ) ผสมกับเชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดที่ได้จากการเลี้ยงบนวัสดุอาหารในสัดส่วน 150 : 1 โดยน้ำหนัก สามารถใช้ควบคุมเชื้อราพิเทียม (Pythium aphanidernatum) และเชื้อราสเคลอโรเทียม (Sclerotium rolfsii) ได้ผผลดี โดยสามารถตรวจพบปริมาณเชื้อราไตรโคเดอร์มาในดินปลูกพืชได้ระหว่าง 105 ถึง 106 หน่วยโคโลนี (cfu) ต่อดิน 1 กรัม อย่างไรก็ตาม การผสมเชื้อสดกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกแล้วใช้ทันทีเป็นวิธีที่ดีที่สุด การเก็บปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกที่ผสมเชื้อสดไว้นาน ๆ ทำให้ปริมาณเชื้อราไตรโคเดอร์มาลดลง ปุ๋ยหมักที่ผสมด้วยปุ๋ยยูเรียแล้วบรรจุกระสอบไว้ ไม่ควรนำมาใช้ผสมกับเชื้อสด เพราะอาจทำให้เชื้อราไตรโคเดอร์มาถูกยับยั้งการเจริญได้ ควรเลือกใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า ๆ แทน และควรหลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยคอกที่ปนเปื้อนด้วยโซดาไฟ หรือปุ๋ยคอกที่เก็บสดใหม่จากคอกสัตว์ นอกจากนี้ยังพบว่าการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดผสมกับน้ำใช้ฉีดพ่นลงดินสามารถควบคุมโรคอย่างได้ผลเช่นกัน โดยพบว่าในดินมีปริมาณเชื้อราไตรโคเดอร์มาไม่น้อยกว่า 105 หน่วยโคโลนีต่อดิน 1 กรัม ( จิระเดช และคณะ , 2544 )
     
     ในเอกสารเผยแพร่ฉบับนี้ ขอนำเสนอวิธีการและขั้นตอนของการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสด ที่เจริญอยู่บนปลายข้าวที่หุงจนสุกแล้ว ดังรายละเอียดต่อไปนี้
    1. การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดผสมกับปุ๋ยอินทรีย์

 

เตรียมเชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดที่เลี้ยงบนปลายข้าวอายุ 6 - 7 วัน 1กิโลกรัม และปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า ๆ 100 กิโลกรัม หรือเตรียมปริมาณมากกว่านี้โดยใช้สัดส่วน 1:4:100 โดยน้ำหนัก
ตักแบ่งรำข้าวส่วนหนึ่งใส่ลงในถุงเชื้อสดแล้วคลุกเคล้ากับเชื้อให้ทั่ว
นำถุงเชื้อที่คลุกด้วยรำข้าวแล้ว ไปเทลงในรำข้าวที่เหลือต่อจากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากันอย่างทั่วถึง ได้ส่วนผสมรวม 5 กิโลกรัม (1+4)
นำส่วนผสมของเชื้อสดและรำข้าวละเอียด (5 กิโลกรัม) ผสมกับปุ๋ยอินทรีย์ (100 กิโลกรัม) คลุกเคล้าให้เข้ากันอย่างทั่วถึง อาจพรมน้ำให้พอชื้น เพื่อลดการฟุ้งกระจายแบ่งส่วนผสมใส่ภาชนะนำไปใช้หว่านหรือโรยลงบนแปลงปลูกพืช โคนต้นพืชหรือผสมกับดินในหลุมปลูกพืช
   

ตัวอย่างวิธีการใช้ส่วนผสมของเชื้อสด - รำข้าว และปุ๋ยอินทรีย์

ใช้ส่วนผสมของเชื้อสดผสมกับ
ดินปลูกอัตรา 1: 4 โดยปริมาณ (20%)
นำดินปลูกที่ผสมด้วยส่าวนผสมของเชื้อสด แล้วใส่กระบะเพาะเมล็ด ถุงหรือกระถางปลูกพืช
   
ใช้ส่วนผสมของเชื้อสด 10 - 20 กรัม (1 - 2 ช้อนแกง) ต่อหลุม โรยลงในหลุมก่อนการหยอดเมล็ดพืช
ใช้ส่วนผสมของเชื้อสด 10 - 20 กรัมคลุกเคล้ากับดินในหลุมปลูกพืช ถ้าหลุมปลูกใหญ่อาจใช้ 50 - 100 กรัม/หลุม
   
หว่านส่วนผสมเชื้อสดลงบนแปลงปลูกก่อนการปลูกพืช ด้วยอัตรา 50 - 100 กรัมต่อตารางเมตร
หว่านส่วนผสมเชื้อสดลงบนแปลงปลูก ขณะที่พืชกำลังเจริญเติบโต และกำลังมีโรคระบาดด้วยอัตรา 50 - 100 กรัมต่อตารางเมตร
   
หว่านส่วนผสมเชื้อสดทั่วบริเวณใต้ทรงพุ่ม จนถึงรอบชายพุ่มด้วยอัตรา 50 - 100 กรัมต่อตารางเมตร
โรยส่วนผสมเชื้อสดบริเวณโคนต้นพืช เพื่อป้องกันการเกิดโรคโคนเน่า ด้วยอัตรา 10 - 20 กรัมต่อต้น
   
   
   

 

    2. การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดคลุกเมล็ดพืช
    3. การใช้เชื่อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดผสมกับน้ำ
     ในกรณีที่ไม่สะดวกในการจัดหาปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก และรำข้าว หรือกรณีที่ต้องการใส่เชื้อราไตร
โคเดอรมาลงดินโดยไม่ประสงค์จะใส่ปุ๋ยอินทรีย์ และรำข้าวลงไปในดินด้วย เนื่องจากไม่อยู่ในช่วงที่เหมาะสมสำหรับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ สามารถใช้เชื้อราไตรโคเดอรมาชนิดสดที่เตรียมไว้ผสมกับน้ำ ในอัตรา 100 กรับต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ 250 กรัม (เชื้อสด 1 ถุง) ต่อน้ำ 50 ลิตร ใช้น้ำเชื้อที่เตรียมได้ฉีดพ่นลงดินด้วยอัตรา 10 - 20 ลิตรต่อ 100 ตารางเมตร สำหรับขั้นตอนการใช้เชื้อสดผสมน้ำมี ดังนี้

 

นำเชื้อสด 1 ถุง (250 กรัม) เติมน้ำลงไปในถุง 300 มิลลิลิตร (ซีซี) หรือพอท่วมตัวเชื้อแล้วขยำเนื้อข้าวให้แตกออกจนได้น้ำเชื้อสีเขียวเข้ม
กรองน้ำเชื้อด้วยผ้าหรือกระชอนตาถี่ ล้างกากที่เหลือบนกระชอนด้วยน้ำอีกจำนวนหนึ่ง จนเชื้อที่กรอกได้กรองได้มาเติมน้ำให้ครบ 50 ลิตรก่อนนำไปใช้
เมล็ดข้าวที่อยู่บนกระชอนสามารถใช้คลุกกับรำข้าวหรือปุ๋ยอินทรีย์ แล้วนำไปหว่านลงแปลงปลูกหรือโคนต้นพืชได้
   
   
   
ฉีดพ่นน้ำเชื้อสดลงบนกระบะเพาะกล้าหลังจากหยอดเมล็ดแล้ว หรือในระหว่างที่ต้นกล้ากำลังเจริญเติบโต โดยฉีดให้ดินเปียกชุ่ม
ฉีดพ่นน้ำเชื้อสดลงในถุง หรือกระถางพืช ตั้งแต่เริ่มปลูกหรือในระหว่างที่พืชกำลังเจริญเติบโต โดยฉีดให้ดินเปียกชุ่ม
   
ฉีดพ่นน้ำเชื้อสดลงในหลุมปลูกพืชหลังจากเพาะเมล็ดแล้ว โดยฉีดพ่นให้ดินเปียกชื้น
ฉีดพ่นน้ำเชื้อสดลงในหลุมปลูกพืชหลังย้ายพืชลงปลูกแล้ว โดยฉีดให้ดินเปียกชื้น
ฉีดพ่นน้ำเชื้อสด อัตรา 10 - 20 ลิตร/100 ตารางเมตร ลงบนแปลงปลูกพืชหลังจากหว่านเมล็ด และคลุมแปลงด้วยฟางแล้ว ต่อจากนั้นให้น้ำแก่พืชทันที
ฉีดพ่นน้ำเชื้อสดลงบนแปลงปลูก อัตรา 10 - 20 ลิตร/ตารางเมตร ก่อนคลุมแปลงด้วยพลาสติกดำ
   
ฉีดพ่นน้ำเชื้อสด ลงตรงโคนต้นพืช
และบนดินบริเวณรอบโคนต้นพืช
ฉีดพ่นน้ำเชื้อลงบนดิน บริเวณใต้ทรงพุ่มและขอบชายพุ่ม

 

 

ข้อควรระวังในการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสด
     การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสด เป็นวิธีการที่เกษตรกรหรือผู้ใช้ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ ทั้งนี้เพราะเชื้อชนิดสดอาจไม่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เชื้อสดเป็นเชื้อที่อยู่ในสภาพพร้อมที่จะเจริญอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เมื่ออยู่ในสภาพอุณหภูมิปกติ โดยสปอร์ของเชื้อซึ่งมีสีเขียวเข้มจะงอกและเจริญกลับเป็นเส้นใยสีขาวใหม่อีกครั้ง เส้นใยดังกล่าวจะอ่อนแอต่อสภาพแวดล้อมภายนอกถุงเชื้อ สูญเสียคุณภาพและประสิทธิภาพได้ง่ายกว่าเชื้อในรูปสปอร์สีเขียว ดังนั้น ข้อจำกัดที่สำคัญประการหนึ่งของเชื้อสดคือ ต้องนำเชื้อสดไปใช้ทันที อย่างไรก็ตาม ถ้าเกษตรกร หรือผู้ใช้ยังไม่พร้อมที่จะใช้เชื้อสดที่มีอายุครบ 7 วันแล้ว ต้องเก็บรักษาเชื้อสดไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิประมาณ 8-10 องศาเซลเซียส และไม่ควรเก็บไว้นานเกินกว่า 15 วัน
นอกจากนี้ ผู้ใช้เชื้อสดควรระลึกไว้เสมอว่า การใช้เชื้อสดใส่ลงไปในดินที่มีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการเจริญและการเพิ่มปริมาณเชื้อ เช่น ดินเป็นกรดจัดหรือด่างจัด เกินไป ดินมีความเค็มสูง โครงสร้างของดินหรือเนื้อดินมีลักษณะแน่นทึบ การระบายอากาศและความชื้นไม่ดี ดินมีอินทรีย์วัตถุต่ำ อาจทำให้การใช้เชื้อสดไม่ประสบผลสำเร็จได้ สำหรับข้อควรระวังต่าง ๆ ในการใช้เชื้อสดนอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้นมีดังนี้
     1. ควรฉีดพ่นน้ำเชื้อสดในเวลาแดดอ่อน หรือเวลาเย็น กรณีที่บริเวณซึ่งจะฉีดพ่นไม่มีร่มเงาจากพืชเลย ควรใช้วัสดุอินทรีย์ หรือปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกหว่านปกคลุมผิวดิน
     2. ถ้าดินบริเวณที่จะฉีดพ่นน้ำเชื้อหรือหว่านเชื้อแห้งมาก ควรให้น้ำพอให้ดินมีความชื้นเสียก่อน หรือให้น้ำทันทีหลังฉีดพ่นหรือหว่านเชื้อ เพื่อให้น้ำพาเชื้อซึมลงดินและความชื้นในดินจะช่วยให้เชื้อเจริญได้ดี

     3. ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกที่เหมาะกับการใช้ผสมเชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสด ควรเป็นปุ๋ยที่ผ่านกระบวนการหมักโดยสมบูรณ์แล้ว ( เย็นแล้ว ) หรือเป็นปุ๋ยที่กองทิ้งไว้จนเก่าแล้ว ไม่ควรใช้ปุ๋ยหมักที่ผสมด้วยปุ๋ยยูเรีย

     4. ห้ามใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทุกชนิดคลุกเคล้าหรือผสมร่วมกับเชื้อสดเพื่อใช้พร้อมกันทีเดียว

     5. กรณีที่ต้องการผสมเชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดกับปุ๋ยอินทรีย์-เคมี ( ปุ๋ยอินทรีย์ที่ผสมด้วยปุ๋ยเคมีสูตรต่าง ๆ ) ทั้งชนิดผงหรือชนิดอัดเม็ด ให้ผสมได้ แต่ต้องหว่านทันทีที่ผสมเสร็จ ห้ามผสมแล้วเก็บไว้ในกระสอบ หรือกองไว้ เพราะเชื้อราไตรโคเดอร์มาอาจได้รับอันตรายจากปุ๋ยเคมี
     
6. เมื่อผสมเชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดกับรำข้าวและปุ๋ยอินทรีย์แล้ว ให้ใช้หว่านทันที ห้ามบรรจุลงในกระสอบหรือกองทิ้งไว้ เพราะอาจเกิดความร้อนในกองปุ๋ย เป็นอัตรายต่อเชื้อราไตรโคเดอร์มาได้ ดังนั้นจึงควรเตรียมส่วนผสมของเชื้อสด รำข้าวและปุ๋ยอินทรีย์ให้พอใช้ในแต่ละครั้ง
     7. ถ้าผสมเชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดกับปุ๋ยอินทรีย์ ( เก่าหรือหมักดีแล้ว ) โดยไม่ใส่รำข้าว สามารถเก็บปุ๋ยไว้ได้ไม่เกิน 1 เดือน โดยใส่กระสอบหรือกองไว้ในที่ร่มและเย็น และควรคลุมด้วยพลาสติกหรือกระสอบ เพื่อรักษาความชื้นในเนื้อปุ๋ยเอาไว้ให้อยู่ที่ประมาณ 25-30 เปอร์เซ็นต์

     8. เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดผสมกับปุ๋ยอินทรีย์ โดยไม่ใส่รำข้าว เมื่อใช้หว่านลงดินจะได้ปริมาณเชื้อน้อยกว่ากรณีที่ใช้รำข้าวผสมด้วย อย่างไรก็ตาม พบว่าเชื้อสดผสมปุ๋ยอินทรีย์โดยไม่มีรำข้าวมีประสิทธิภาพควบคุมโรคได้เช่นกัน

     9. ควรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา ก่อนหรือหลังการหว่านปุ๋ยเคมี 3-5 วัน
   
10. ควรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาหลังหว่านปูนโดโลไมท์ ปูนขาว หรือสารปรับสภาพดินไปแล้ว 5-7 วัน
    11. การฉีดพ่นสารเคมีควบคุมโรค แมลงศัตรูพืช และวัชพืช เหนือพื้นดิน ไม่มีผลกระทบต่อเชื้อราไตรโคเดอร์มาในดิน แม้ว่าสารเคมีเบโนบิล และคาร์เบนดาซิม อาจมีผลยับยั้งการเจริญของเชื้อราไตรโคเดอร์มาได้ระยะหนึ่ง

    12. ควรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาเพื่อป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง เช่น ใช้ก่อนปลูกพืชรุ่นใหม่ทุกครั้ง ในกรณีของการปลูกพืช ผัก ไม้ดอกไม้ประดับ และพืชไร่ หรือใช้ปีละ 2-3 ครั้ง ในกรณีของไม้ผลยืนต้น (ใช้บ่อย ๆ ไม่มีอันตรายต่อพืช)

    13. ควรใช้เศษหญ้า เศษใบไม้ หรือวัสดุต่าง ๆ คลุมผิวดิน เพื่อรักษาความชื้นในดินไว้ ซึ่งจะช่วยให้เชื้อราไตรโคเดอร์มาเจริญได้ดี และมีชีวิตอยู่รอดในดินได้นานยิ่งขึ้น
   
14. ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ หรือวัสดุอินทรีย์ลงดินเป็นระยะ ๆ โดยแบ่งใส่ทีละน้อยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแหล่งอาหารให้กับเชื้อราไตรโคเดอร์มา
และเพื่อช่วยปรับสภาพแวดล้อมในดินให้เหมาะสมต่อการเจริญของเชื้อราไตรโคเดอร์มา

    15. ควรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดที่ผสมรำข้าวละเอียดและปุ๋ยอินทรีย์หว่านลงดินในช่วงของการเตรียมดินก่อนการปลูกพืช และใช้น้ำเชื้อสดฉีดพ่นลงดินบนแปลงปลูกหรือรอบโคนต้น หรือใต้ทรงพุ่มในระยะที่พืชกำลังเจริญเติบโตต่อเนื่องเป็นระยะๆ

    16. เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดเก็บรักษาได้ไม่นาน และมีประสิทธิภาพควบคุมโรคสูงกว่าการใช้เชื้อในรูปผงแห้ง
 
เกร็ดความรู้เกี่ยวกับเชื้อราไตรโคเดอร์มา
     1. ปริมาณเชื้อราไตรโคเดอร์มาในดินมีหน่วยวัดเป็น หน่วยโคโลนี / กรัม เช่น ตรวจพบเชื้อราไตรโคเดอร์มาในดิน 105 หน่วยโคโลนี / กรัม หมายความว่าในดิน หนัก 1 กรัม มีปริมาณเชื้อราไตรโคเดอร์มาอยู่ 100,000 หน่วยชีวิต ( สปอร์ ) ที่จะเจริญเป็นเส้นใยได้
     
2. เชื้อราไตรโคเดอร์มาที่ใส่ลงดินแล้ว จะมีชีวิตอยู่รอดได้นานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสภาพของดิน ดินร่วนซุยดี มีอินทรีย์วัตถุสูง มีใบไม้/เศษพืชปกคลุมดินเสมอ เชื้อราไตรโคเดอร์มาจะอยู่รอดโดยมีปริมาณสูงได้นาน 6 เดือน ถึง 1 ปี
     3. เชื้อราไตรโคเดอร์มาอยู่ได้ในดินลึกกว่า 30 เซนติเมตรจากผิวดิน แต่จะเจริญสร้างเส้นใยเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคพืชได้ดีในความลึกช่วง 5 - 10 เซนติเมตร จากผิวดิน

     4. การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาติดต่อกันนานหลายปีไม่ทำให้เชื้อโรคพืชเกิดความต้านทานได้ แต่กลับเป็นผลดี คือ จะช่วยป้องกันโรคพืชได้อย่างต่อเนื่อง
    
5. การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาเพียง 1 สายพันธุ์ไม้ได้หมายความว่าจะมีประสิทธิภาพด้อยกว่าการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มารหลายสายพันธุ์ร่วมกัน
     6. เชื้อราไตรโคเดอร์มาไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ พืชที่ปลูก และสภาพแวดล้อม
    
7. การต่อเชื้อไตรโคเดอร์มาบ่อย ๆ อาจเกิดเชื้อกลายพันธุ์ที่เจริญได้ไม่ดี สร้างเส้นใยแต่ไม่สร้างสปอร์สีเขียว และไม่มีประสิทธิภาพควบคุมโรคได้
     
8. กรณีที่พืชแสดงอาการของโรคขั้นรุนแรง ควรใช้สารเคมี เช่น เมทาแลกซิล โฟซีทิลอัล ( อาลีเอท ) กรดฟอสโฟนิค ( โฟลีอาร์ฟอส ) แมนโคเซบฯ ร่วมด้วยได้ ถ้าจะใช้สารกลุ่มเบโนมิล หรือคาร์เบนดาซิมควรใช้ก่อนหรือหลังใส่เชื้อไตรโคเดอร์มา 7 วัน
     9. สามารถใช้สารเคมีควบคุมแมลงศัตรูพืช สารกำจัดวัชพืช และปุ๋ยเคมี ได้ตามปกติในระหว่างการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา แต่ห้ามผสมเชื้อกับสารเคมี

   10. ถ้าดินปลูกพืชเป็นกรดจัด คือ ค่าพีเอชต่ำ ( 3.5-4.5 ) จำเป็นต้องปรับค่าพีเอสให้มีค่าอยู่ระหว่าง 5.5 - 6.5 ก่อนการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา

    11. เชื้อราไตรโคเดอร์มาพบได้ในดินเกษตรกรรมทั้งไป แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกเชื้อหรือทุกสายพันธุ์นั้นจะมีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคได้ ต้องผ่านการวิจัยทดสอบเสียก่อน
 
ข้อดีและข้อจำกัดเชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสด
  ข้อดี
    1. เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดมีความพร้อมที่จะเริ่มกิจกรรมได้ทันทีที่ลงสู่ดิน ซึ่งมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการเจริญของเชื้อ เช่น สามารถเจริญและสร้างเส้นใยภายใน 3-5 ชั่วโมง เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค
    2. เชื้อสดจะสามารถเจริญและเพิ่มปริมาณได้อย่างรวดเร็ว และมีปริมาณมากกว่าเชื้อชนิดผงแห้ง
    3. เกษตรกรสามารถผลิตใช้ได้ด้วยตนเองโดยวิธีที่ไม่ยุ่งยากและต้นทุนการผลิตต่ำ
    4. มีวิธีการนำไปใช้ได้หลายวิธีแล้วแต่ความเหมาะสม
    5. หัวเชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถเก็บได้นานถึง 1 ปี ในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิ 8-10 องศาเซลเซียส หัวเชื้อในขวดที่ใช้ไม่หมด สามารถเก็บไว้ในตู้เย็น แล้วนำมาใช้ต่อได้
  ข้อจำกัด
    1. เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดที่ผลิตได้ไม่สามารถเก็บรักษาให้คงสภาพเดิมได้ที่อุณหภูมิปกติ ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นอุณหภูมิ 8-10 องศาเซลเซียส
    2. ระยะเวลาในการเก็บรักษาเชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดในตู้เย็นอุณหภูมิ 8 - 10 องศาเซลเซียส มีจำกัด คือ กำหนดให้เก็บไว้ในตู้เย็นได้ไม่เกิน 15 วัน
    3. เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดเมื่อผสมรำละเอียดและป๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเก่า ๆ แล้วต้องใช้ให้หมด
    4. สำหรับวิธีการฉีดพ่นเชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสด ขั้นตอนการเตรียมยุ่งยากและต้องฉีดพ่นในช่วงเวลาเย็น ถ้าฉีดพ่นเวลาเช้าหรือบ่ายต้องให้น้ำตามทันที
    5. การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสด ต้องมีการวางแผนที่ดี เพราะต้องใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงเชื้อสด 6 - 7 วัน
    6. หลังใส่เชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดลงดินแล้ว ต้องรักษาสภาพความชื้นในดินอย่างต่อเนื่อง
     
แนวทางสู่ความสำเร็จของการเชื้อราไตรโคเดอร์มา
    การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาควบคุมโรคพืช เป็นวิธีการทางชีวภาพหรือชีววิธีที่ต้องใช้ตัวเชื้อซึ่งยังคงมีชีวิตอยู่ จึงต้องพึ่งพาอาศัยสภาวะแวดล้อม และปัจจัยต่าง ๆ อีกหลายประการ นอกเหนือจากคุณภาพและประสิทธิภาพของตัวเชื้อราไตรโคเดอร์มาเอง ดังนั้นผู้ที่จะใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาควบคุมโรคพืชให้ประสบผลสำเร็จ จึงต้องเป็นผู้ที่ให้ความสนใจและเข้าใจอย่างจริงจังหรือพยายามทำความเข้าใจในรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยต่างๆ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการดำเนินกิจกรรมของเชื้อราไตรโคเดอร์มา
    ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จของการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาควบคุมโรคพืช ประกอบด้วย
     
  1. คุณภาพและประสิทธิภาพของเชื้อราไตรโคเดอร์มา
    ต้องเป็นเชื้อสายพันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือก ศึกษาวิจัยทั้งด้านคุณภาพ และประสิทธิภาพควบคุมโรคมาเป็นอย่างดีแล้ว
    ต้องเป็นเชื้อที่เจริญสร้างสปอร์ได้ดีและรวดเร็ว บนวัสดุอาหารหลากหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัสดุอินทรีย์ที่มีอยู่ในดินตามธรรมชาติ
    ต้องสามารถแข่งขันและต่อสู้ทำลายเชื้อสาเหตุโรคพืชได้หลายชนิด
    ต้องดำรงชีวิตอยู่รอดได้ดีในสภาพธรรมชาติที่มีความแปรผัน
    ต้องเป็นผลิตภัณฑ์เชื้อราไตรโคเดอร์มามาจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ หรือมีหมายเลขทะเบียนแสดงการรับรองจากรมวิชาการเกษตรบนฉลากและบอกวันหมดอายุ
  2. วิธีการใช้ เชื้อราไตรโคเดอร์มา
    ต้องใช้เชื้ออย่างถูกต้องตามวิธีการปฏิบัติและข้อควรระวังที่แนะนำไว้
    ต้องใช้เชื้อตามอัตราที่กำหนด
    ต้องใช้เชื้อในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมตามคำแนะนำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใช้เชื้อเพื่อป้องกันโรค ซึ่งจะได้ผลดีกว่าการใช้เชื้อเพื่อรักษาโรค
  3. การจัดการเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม
    ปรับปรุงสภาพดินด้วยอินทรีย์วัตถุ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักอย่างสม่ำเสมอ
    คลุมผิวดินด้วยเศษซากพืช เพื่อรักษาความชื้นในดิน
    ปรับสภาพความเป็นกรดของดิน ด้วยปูนมาร์ล หรือโดโลไมท์
    การขุดดินตากแดด เพื่อปริมาณเชื้อโรค
    การตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรค หรือแต่งให้ทรงพุ่มโปร่ง
    การขุดร่องระบายน้ำ ป้องกันสภาวะน้ำขังในสวน/แปลงปลูก



แนะนำการรักษาแผลลำต้นเน่าของทุเรียน
อธิบายการใช้เชื้อราโตรโคเดอร์มาชนิดสด
ผู้เข้าฝึกอบรมกำลังสนุกกับการผลิตเชื้อสด
พบปะชาวสวนส้มที่ต้องการเชื้อสด
สาธิตการผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสด
ร่วมด้วยช่วยกันสอนวิธีการผลิตเชื้อสด